|
Written by Administrator
|
|
Friday, 14 November 2008 01:26 |
|
สำนักข่าวอินโฟเควสท์

มอร์แกน สแตนลีย์ คาดการณ์ว่า
ราคาทองคำในตลาดโลกจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1,000
ดอลลาร์/ออนซ์ในปีพ.ศ.2554 เนื่องจากหลากหลายปัจจัย
รวมถึงผลผลิตทองคำจากเหมือนทั่วโลกปรับตัวลดลง
ต้นทุนการผลิตทองคำในเหมืองพุ่งสูงขึ้น
และความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้น
ฮุสเซน อัลลิดินา
นักวิเคราะห์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์จากมอร์แกน สแตนลีย์
กล่าวกับผู้สื่อข่าวของบลูมเบิร์กที่สิงคโปร์ว่า
"การผลิตทองคำในเหมืองทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อปีพ.ศ.2544
และเริ่มปรับตัวลดลงนับจากนั้น
ในขณะที่ความต้องการทองคำทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการทองคำที่จะนำไปผลิตเป็นอัญมณี
เพิ่มขึ้น"
ราคาทองคำพุ่งขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วง 6
เดือนที่ผ่านมาและทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่
1,032.70 ดอลลาร์/ออนซ์เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา
เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงและราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น แต่ในช่วง
8 เดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำดิ่งลงไปแล้ว 31%
เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้น ราคาน้ำมันดิบร่วงลง
และวิกฤตการณ์สินเชื่อส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย
"ก่อนหน้านี้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อทำให้นักลงทุนปลีกตัวออกจากตลาด
หุ้นและหันเข้าซื้อสัญญาทองคำ แต่ความวิตกกังวลในปัจจุบันคือ
'ภาวะเงินฝืด' ซึ่งความกังวลในเรื่องนี้จะเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ
จากประสบการณ์ของผมพบว่า
สินค้าโภคภัณฑ์จำพวกการเกษตรมักได้รับผลกระทบน้อยสุดเมื่อเศรษฐกิจ
ชะลอตัวลง
เมื่อเทียบกับสินค้าโภคภัณฑ์จำพวกโลหะอุตสาหกรรมและพลังงาน"
อัลลิดินากล่าว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด
NYMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 718.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 14.50
ดอลลาร์เมื่อคืนนี้
เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจโลกและสหรัฐเสี่ยงที่จะถดถอยยาวนาน
ซึ่งจะทำให้ความต้องการโลหะมีค่าจำพวกทองคำลดน้อยลงด้วย
http://www.ryt9.com/news/2008-11-13/46974495/

www.namchiang.com
สมาชิกสมาคมค้าทองคำ
www.goldtraders.or.th |
|
Last Updated on Friday, 14 November 2008 01:55 |