Home เรื่องราวเกี่ยวกับทอง จับชีพจรศก.สหรัฐจากถ้อยแถลง"เบอร์นันเก้"

DAILY GOLDPRICE UPDATED

(20/06/13) ราคาทองวันนี้มีการเปลี่ยนแปลง
 ครั้งที่เวลา+/-ซื้อขายgoldspotusd-thb 
 19:32 20019650197501347.530.91 
 29:39 5019700198001347.530.94 
 310:09 501975019850134731.04 
 411:56 5019700198001344.531.03 
 514:04 1001960019700133631.06 
 614:08 501955019650132931.09 
 714:55 501950019600132431.11 
 814:58 501945019550132031.11 
 915:02 501940019500131631.11 
 1015:14 1001930019400130831.11 
 1116:30 501925019350130731.08 
 1216:40 501920019300130331.1 
 1316:44 501915019250130031.12 
 1416:56 501910019200129531.14 
 1516:59 501905019150129231.14 
Powered by Namchiang.com
จับชีพจรศก.สหรัฐจากถ้อยแถลง"เบอร์นันเก้" พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2012 เวลา 09:52 น.

วันที่ 29 มีนาคม 2555 05:59

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"เบน เบอร์นันเก้" ประกาศชัดยังเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยอมรับว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

และยังได้กล่าวเตือน มิให้นิ่งนอนใจในการกำหนดนโยบาย ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจสดใสขึ้น

"เรายังไม่ได้ไปถึงจุดที่เราสามารถเชื่อมั่นได้อย่างสมบูรณ์ว่า เรามีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่" นายเบอร์นันเก้ กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์เอบีซี นิวส์

ประธานเฟด ขานรับการลดลงของอัตราการว่างงาน และสัญญาณภาวะตึงเครียดด้านการเงินในยุโรปที่กำลังผ่อนคลายลง แต่ก็ระบุว่า การว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูงและตลาดที่อยู่อาศัยยังคงอ่อนแอ

"ผมคิดว่า เป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรจะนิ่งนอนใจ โดยเรายังคงมีงานต้องทำอีกมาก และเราจะยังคงดำเนินการเช่นนั้นต่อไป" นายเบอน์นันเก้ กล่าว
ต่อข้อถามที่ว่า เฟด กำลังพิจารณาดำเนินมาตรการเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือไม่ นายเบอร์นันเก้ กล่าวว่า เฟดจะไม่ตัดทางเลือกใดๆในการพิจารณา แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าการซื้อพันธบัตรรอบใหม่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้

ทั้งนี้ เฟด ตรึงอัตราดอกเบี้ยใกล้ระดับ 0% นับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2551 และได้ซื้อตราสารหนี้มูลค่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ผ่านทางโครงการซื้อพันธบัตร 2 โครงการเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ในเนื้อหาสุนทรพจน์ล่าสุด นายเบอร์นันเก้ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐจำเป็นต้องมีการขยายตัวเร็วขึ้น เพื่อรับประกันความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ในการลดอัตราการว่างงาน ซึ่งความเห็นดังกล่าวได้หนุนราคาหุ้นพุ่งขึ้นทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า เฟดอาจจะวางแผนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งรวมถึงดัชนีดาวโจนส์ ที่พุ่งขึ้นเมื่อวันจันทร์ มาจากความเชื่อมั่นว่า ความเห็นของนายเบอร์นันเก้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะดำเนินการมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืม

บรรดาเทรดเดอร์ คาดการณ์ว่า เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ต.ค. 2556 จากเดิมที่คาดไว้ในสัปดาห์ก่อนว่า จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนก.ค. 2556

ด้านอัตราการว่างงานของสหรัฐ ลดลงจาก 9.1% ในเดือนส.ค. 2554 เหลือ 8.3% ในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งนายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานเฟดสาขาดัลลัส ให้ความเห็นว่า สหรัฐ จำเป็นต้องมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเร็วขึ้นเพื่อหนุนการจ้างงาน แม้ตัวเขาจะไม่เห็นด้วยกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงอีกก็ตาม

นายอีริก โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน กล่าวว่า เฟด ควรผ่อนคลายนโยบายลงอีก หากเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากเกินคาด ส่วนนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ค ซึ่งสนับสนุน

การผ่อนคลายนโยบายการเงิน ได้เปิดเผยต่อคณะกรรมาธิการสภาคองเกรสว่า ภาวะตึงตัวทางการเงินในยุโรป บรรเทาลงแล้ว แม้เฟดยังคงจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างระมัดระวัง

หลังการประชุมเฟด 2 ครั้งที่ผ่านมา เฟด บ่งชี้แนวโน้มที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ใกล้ระดับ 0% อย่างน้อยจนถึงปลายปี 2557 โดยนายเบอร์นันเก้ ระบุว่าเป็นการประมาณการที่ดีที่สุดของเฟด แต่ไม่ใช่การรับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง ขณะที่ อัตราการจ้างงาน ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 200,000 ตำแหน่งในแต่ละเดือนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ในการกล่าวสุนทรพจน์และการให้สัมภาษณ์ล่าสุด นายเบอร์นันเก้ จะออกมาสกัดการคาดการณ์ดังกล่าว ด้วยคำพูดที่ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประกาศชัยชนะ เราจำเป็นต้องระมัดระวัง และรับประกันว่าการฟื้นตัวจะยังคงดำเนินต่อไป

นายเบอร์นันเก้ กล่าวด้วยว่า ปัจจัยหนึ่งที่ถ่วงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ มาจากราคาน้ำมันเบนซิน ซึ่งปรับตัวขึ้นจากความวิตกทางการเมือง โดยเห็นว่า ปัจจัยนี้ จะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ แม้ราคาน้ำมันในระดับนี้ จะไม่ถึงกับสกัดกั้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็ตาม

ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นประมาณ 0.30 ดอลลาร์ต่อแกลลอน สู่ระดับสูงกว่า 3.90 ดอลลาร์ภายในเดือนที่แล้ว

 
ป้ายโฆษณา