Home เรื่องราวเกี่ยวกับทอง จับตาแนวโน้มราคาทองตลาดโลกปีนี้

DAILY GOLDPRICE UPDATED

(24/05/13) ราคาทองวันนี้มีการเปลี่ยนแปลง
 ครั้งที่เวลา+/-ซื้อขายgoldspotusd-thb 
 19:25 1001970019800139329.96 
 211:04 501975019850139529.96 
 312:45 501970019800139229.96 
 415:27 501965019750138929.96 
 516:15 501970019800139229.96 
 616:39 501965019750138729.96 
Powered by Namchiang.com
จับตาแนวโน้มราคาทองตลาดโลกปีนี้ พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ห้างทองน่ำเชียง   
วันศุกร์ที่ 20 กรกฏาคม 2012 เวลา 11:40 น.

วันที่ 20 กรกฎาคม 2555 06:37

จับตาแนวโน้มราคาทองตลาดโลกปีนี้


นักวิเคราะห์หั่นคาดการณ์ราคาทองปีนี้เหลือ 1,685 ดอลล์

รอยเตอร์ เปิดเผยผลสำรวจรายไตรมาสระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านทองได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ราคาทองประจำปีนี้ลงจากเดิมหลังจากตลาดทองอยู่ในภาวะซบเซาในช่วงครึ่งปีแรก และมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถกลับขึ้นไปแตะสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,920.30 ดอลลาร์/ออนซ์

ที่เคยทำไว้ในเดือนก.ย. 2554 ได้ในช่วงต่อไปในปีนี้ เนื่องจากราคาทองมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากภาวะขาดแคลนอุปสงค์ในตลาดปัจจุบัน

แต่ค่าเฉลี่ยของราคาทองในปีนี้ ยังคงมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะกระทิงของราคาทองดำเนินต่อไปเป็นปีที่ 12 ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจสำคัญดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษ ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับต่ำมาก

โพลล์รอยเตอร์ครั้งล่าสุด คาดว่า ราคาทองในตลาดสปอตอาจอยู่ที่ 1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากระดับ 1,750 ดอลลาร์ที่เคยคาดการณ์ไว้ในการสำรวจช่วงสิ้นไตรมาสแรก และจาก1,765 ดอลลาร์ที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีนี้

นายรอส นอร์แมน ซีอีโอของบริษัทชาร์ปส์ พิกซ์ลีย์ กล่าวว่า "ดอลลาร์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองให้อ่อนลง แต่ดอลลาร์อาจจะสูญเสียตำแหน่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองมากที่สุด เพราะภาวะปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอาจส่งผลกระทบมากกว่า และวิกฤติเศรษฐกิจอาจจะดำเนินต่อไปอีกนาน ด้วยเหตุนี้ราคาทองจึงอาจจะแกว่งตัวผันผวนต่อไป"

ราคาทองมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับสูงกว่า 1,640 ดอลลาร์เล็กน้อยนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยในปีที่แล้วที่ 1,565 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติค่าเฉลี่ยสูงสุด แต่ราคาทองไม่ได้ปรับตัวสดใสมากนักในปีนี้

ราคาทองปิดตลาดเดือนมิ.ย.ที่ 1,598.20 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับช่วงสิ้นปี 2554 ที่ 1,563.80 ดอลลาร์ โดยการปรับตัวของราคาทองในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ถือเป็นการปรับตัวที่อ่อนแอที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีอื่นๆนับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา

ผลสำรวจคาดว่า ราคาทองอาจปรับขึ้นสู่ระดับ 1,677.50 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 1,750 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 โดยผู้เชี่ยวชาญ 29 รายในโพลล์คาดว่า ราคาทองอาจทะยานขึ้นต่อไปในปี 2556 โดยค่าเฉลี่ยของราคาทองในปี 2556 อาจขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,791.25 ดอลลาร์

วิกฤติหนี้ยูโรโซนส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และปัจจัยดังกล่าวถ่วงราคาทองให้อ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ราคาทองได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ตลาดจะหันเหความสนใจไปยังความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงต่อไปในปีนี้

การคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป เป็นปัจจัยที่เคยหนุนราคาทองให้พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเป็นบางครั้งในช่วงครึ่งปีแรก และปัจจัยนี้ อาจจะหนุนราคาทองให้ปรับขึ้นต่อไปด้วย

นางอานน์-ลอเร ตรองเบลย์ นักวิเคราะห์ของธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ กล่าวว่า "การที่เราคาดการณ์ราคาทองในทางบวกนั้นตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า ธนาคารกลางบางประเทศจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินลงต่อไปเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ"

แต่วิกฤติหนี้ยุโรป ยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลง ดังนั้นนักลงทุนจึงอาจเข้าซื้อดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าในปีนี้ และปัจจัยนี้จะส่งผลลบต่อราคาทอง

ในส่วนของราคาโลหะเงินนั้น โพลล์ คาดว่าราคาโลหะเงินไม่มีแนวโน้ม ที่จะกลับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของปี 2554 ที่ 49.51 ดอลลาร์/ออนซ์ได้ในปีนี้ ในขณะที่ภาวะขาดแคลนเงินลงทุนใหม่ส่งผลลบอย่างรุนแรงต่อราคาโลหะเงิน

ราคาโลหะเงินในตลาดสปอตปิดตลาดวานนี้ที่ 27.25 ดอลลาร์ หลังจากปรับตัวอ่อนแอกว่าราคาทองในปีนี้ ขณะที่โพลล์คาดว่าค่าเฉลี่ยของราคาโลหะเงิน ในปีนี้จะอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2554 ที่ 35 ดอลลาร์ โดยคาดว่าค่าเฉลี่ยของราคาโลหะเงินในปีนี้ อาจอยู่ที่ 31.67 ดอลลาร์ และอาจปรับขึ้นสู่ 32.75 ดอลลาร์ในปี 2556

ราคาโลหะเงินได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตของเหมืองโลหะเงินที่สูงเป็นประวัติการณ์, การที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ใช้โลหะเงินในปริมาณต่ำ,อุปสงค์ที่หดหายไปในอุตสาหกรรมการถ่ายรูป และจากการที่นักเก็งกำไรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากยิ่งขึ้น หลังจากราคาโลหะเงินดิ่งลงอย่างรุนแรง 2 ครั้งในปี 2554


 

 
ป้ายโฆษณา