Home เรื่องราวเกี่ยวกับทอง ภาวะฟองสบู่ในตลาดทองคำ

DAILY GOLDPRICE UPDATED

ภาวะฟองสบู่ในตลาดทองคำ พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 04 มิถุนายน 2012 เวลา 12:21 น.

การเงิน-ลงทุน > ข่าวเศรษฐกิจ  
  [ ฉบับที่ 1305 ประจำวันที่ 2-6-2012  ถึง 5-6-2012 ]
gold-bubble

ช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลายท่านคงยังไม่ลืมกับภาพการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาทองคำกว่า $400/Oz หรือ 29% จาก $1,485/Oz ไปยัง $1,910/Oz ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค. 54) และท่านคงไม่ลืมอีกเช่นกันเมื่อราคาทองคำปรับตัวลงหลังจากนั้นกว่า $200/Oz หรือ 11% จาก $1910/Oz มาอยู่ที่ $1,705/Oz

ภายในระยะเวลาเพียง 3 วันทำการ คำถามที่ตามมาคือเกิดอะไรขึ้นกับทองคำ ยังเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่ได้ชื่อว่ามีความปลอดภัยและเป็นแหล่งพักเงินชั้นดีอยู่หรือไม่ และที่สำคัญคือ เกิดภาวะฟองสบู่แตกขึ้นในตลาดทองคำแล้วหรือยัง

ในส่วนของ 2 คำถามแรกผมขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีความผันผวนมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต สาเหตุเป็นเพราะสัดส่วนความต้องการเพื่อการลงทุน ที่เป็นผลพวงจากความไม่แน่นของภาวะเศรษฐกิจโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งความต้องการแบบนี้มักไม่นิ่ง โดยจะเป็นลักษณะการเข้าเก็งกำไรตามข่าวที่กระทบในแต่ละช่วงเวลา และส่วนใหญ่มักเป็นการลงทุนระยะสั้นที่พร้อมจะขายเมื่อเห็นโอกาสลงทุนใหม่ที่มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ส่วนทองคำยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งพักเงินชั้นดีหรือไม่นั้น ผมมองว่ายังมีความเหมาะสมที่จะถูกจัดประเภทเป็น Safe Haven อยู่ แต่ต้องนิยามความหมายให้เข้าใจตรงกันเสียก่อนว่า แหล่งพักเงินชั้นดีหรือ Safe Haven ที่มีความเสี่ยงต่ำมากๆอย่างที่ทุกคนเข้าใจนั้น มันครอบคลุมถึงความเสี่ยงด้านเครดิตและสภาพคล่องเท่านั้น เพราะทองคำเป็นโลหะมีค่าที่ไม่มีสินทรัพย์ใดทดแทน และเป็นสินทรัพย์สากลที่สามารถนำไปซื้อขายได้ทั่วโลก แต่นิยามนี้ไม่ได้หมายรวมถึงความเสี่ยงด้านตลาดหรือราคา (Market Risk or Price Risk) ที่อาจทำให้นักลงทุนขาดทุนอย่างหนักหากเข้าลงทุนในจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสมได้ หากเข้าใจตรงกันเช่นนี้ จะทำให้สามารถใช้คำว่า Safe Haven ได้อย่างถูกต้อง และจะไม่เกิดกรณีที่ว่า “ไหนบอกทองคำเสี่ยงต่ำ แต่ทำไมฉันถึงขาดทุนมากขนาดนี้”

เพราะฉะนั้น จึงสรุปได้ว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผันผวนรุนแรง เกิดจากพฤติกรรมการซื้อขายของนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป มากกว่าที่จะถือว่าเป็นผลมาจากภาวะฟองสบู่ แต่เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจคำว่าฟองสบู่มากขึ้น เผื่อเกิดหากเหตุการณ์นี้ขึ้นมาสักวัน นักลงทุนจะได้มีข้อสังเกตและเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที

ทำความเข้าใจกับคำว่าฟองสบู่

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ฟองสบู่ที่เกิดขึ้นกับภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นช่วงปี 2530-2534 ราคาที่ดินในโตเกียวปรับตัวเพิ่มขึ้นไปสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร แต่พอ 10 ปีหลังจากนั้นราคาก็ทรุดตัวลงต่อเนื่องจนเหลือเพียงตารางเมตรละ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประเทศไทยที่ในช่วงก่อนวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 มีการเก็งกำไรในบ้านและคอนโดมิเนียมจำนวนมาก แม้ว่าอัตราดอกเบี้ย ณ ขณะนั้นจะสูงเกือบ 20% ต่อปี แต่คนก็พร้อมที่จะกู้เพื่อนำเงินไปใช้เก็งกำไรระยะสั้น

ภาพที่เห็นคือ ฟองสบู่เกิดขึ้นจากการเก็งกำไรในสินทรัพย์ด้วยความคาดหวังว่าราคาจะเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยการใช้เงินทุนที่มาจากการกู้ยืมหรือการซื้อขายโดยวางเงินมัดจำเพียงบางส่วน ซึ่งไม่ได้มีความต้องการถือครองหรือใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์อ้างอิงนั้นอย่างแท้จริง เมื่อราคาสินทรัพย์ขยายตัวขึ้นเร็วเกินไปจนเชื่อมโยงกันคล้ายฟองสบู่สุดท้ายฟองก็จะต้องแตก เพราะองค์ประกอบของฟองที่สร้างขึ้นไม่สามารถรองรับราคาที่ระดับนั้นได้ หรือในโลกของความเป็นจริงไม่มีใครสามารถซื้อสินทรัพย์ที่ระดับราคาดังกล่าวได้จริงทั้งจำนวนนั่นเอง และด้วยความที่ทุกคนใช้เงินจากการกู้ยืมมากกว่าเงินตัวเอง เมื่อราคาเริ่มอ่อนตัวลงเพราะไม่มีใครสามารถซื้อต่อไหว ทุกคนจึงแย่งกันขายด้วยความกลัวว่าจะเหลือเงินไม่พอไปใช้หนี้ จึงทำให้ราคารูดลงจากจุดสูงสุดในรอบนั้นอย่างรวดเร็ว

 

www.facebook.com/NamChiang.gold

www.twitter.com/namchiang

www.namchiang.com


แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 04 มิถุนายน 2012 เวลา 17:23 น.
 
ป้ายโฆษณา