|
เขียนโดย Administrator
|
|
วันจันทร์ที่ 09 กรกฏาคม 2012 เวลา 10:01 น. |
|
สยามธุรกิจ ฉบับที่ 1315 ประจำวันที่
7-7-2012 ถึง 10-7-2012 ]

ราคาทองคำโลกเดือนมิ.ย.55
ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บ้างจนสามารถกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,600
ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้อีกครั้ง
โดยปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
ที่ออกมาแย่กว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 69,000 คน
ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีที่ 181,000 คน ถึง 61.9%
ทำให้ตลาดทองคำกลับมามีความหวังกับการดำเนินนโยบาย การเงินเชิงผ่อนคลายหรือ QE3
ของธนาคารกลางสหรัฐฯ อีกครั้ง
ขณะเดียวกัน
ผลการเลือกตั้งของกรีซที่ทำให้เชื่อมั่นได้ในระยะสั้นว่ายูโรโซนจะยังไม่แตก
หลังพรรคนิวเดโมเครซี่ที่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัดจากกลุ่มยูโรโซน
ได้รับเสียงข้างมากจนรวมกับพรรคอื่นแล้วสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
ก็ช่วยหนุนเงินสกุลยูโรและราคาทองคำให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามหลักความเสมอภาคของค่าเงินไปพร้อมกันด้วย
ซึ่งความต้องการซื้อที่เริ่มหวนกลับคืน สะท้อนมายังสถานะถือครองทองคำของ SPDR Gold
Trust ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.25 ตัน หรือ 0.7% มาอยู่ที่ 1,279.51 ตัน
ในส่วนของยอดซื้อขายรายประเภทของตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures)
ในบ้านเรา ต่างชาติมีสถานะเป็นซื้อล่วงหน้าสุทธิ (Net Long) เพิ่มขึ้นเป็น 2,312
สัญญา มากกว่าเดือนก่อนที่ 1,845 สัญญา สถาบันในประเทศ Net Long 4,540 สัญญา
เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 1,635 สัญญา และนักลงทุนรายย่อย Net Short -6,852 สัญญา
เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ -3,480 สัญญา
โดยปกติ เดือนก.ค.
ของทุกปีเป็นเดือนที่ไม่ดีนักสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกเช่นเดียวกับเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยผลตอบแทนเฉลี่ยต่อเดือนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ -0.3% M-M
และมีค่าความผันผวนต่อเดือนอยู่ที่ 2.9% ส่วนผลตอบแทนต่ำสุดอยู่ที่ -4.9% M-M ในปี
2553 และผลตอบแทนสูงสุดอยู่ที่ 3.5% M-M ในปี 2549 โดยมี 7 ใน 10
ปีให้ผลตอบแทนเป็นลบ เพราะฉะนั้นในเชิงของสถิติ
ราคาทองคำจึงไม่ควรปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แรง แต่ครั้นจะกลับไปทรุดตัวลงจนหลุดระดับ
1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์เหมือนที่ตลาดเคยมองกันไว้ก่อนหน้านี้ก็คงไม่ใช่
เพราะคาดว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ
เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤติหนี้ยุโรป
และการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางต่างๆในแถบเอเชีย
(เพื่อลดความผันผวนของตะกร้าทุนสำรองระหว่างประเทศ)
จะช่วยพยุงไม่ให้ราคาทรุดตัวลงแรง
ตัวแปรที่สำคัญในเดือนนี้มุ่งไปที่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป
(ECB) และการอัดฉีดเงินของประเทศสมาชิกกลุ่ม G-20 ซึ่งหากเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ราคาทองคำที่เคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำก็พร้อมที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงเมื่อนั้น
ส่วนตัวแปรปลีกย่อยที่อาจทำให้ราคาสลับย่อตัวลงมาคือ
การแก้ไขวิกฤติสถาบันการเงินสเปนเพื่อดึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10
ปีที่อยู่ในระดับสูงกว่า 7.0% ลงมา
และการจัดตั้งรัฐบาลของกรีซรวมไปถึงการเจรจาต่อรองกับกลุ่มทรอยก้า
เพื่อลดเงื่อนไขมาตรการรัดเข็มขัดให้เข้มงวดน้อยลง ซึ่งถ้าหากยังไม่มีความชัดเจน
ก็อาจจะกดดันให้ราคาทองคำโลกอ่อนตัวกลับลงมาเป็นระยะ
ตามทิศทางเงินสกุลยูโรที่อ่อนค่าลงได้เช่นเดียวกัน กล่าวโดยสรุปคือ
คาดว่าราคาจะแกว่งตัวออกด้านข้างแบบซึมขึ้น หรือย่อตัวลงจะไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่
และลงมารอบนี้น่าซื้อสำหรับการลงทุนทั้งระยะสั้น กลาง ยาว มากกว่าขาย
ในเชิงของกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เข้า “ทยอยซื้อ”
เมื่อราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงเข้ากรอบ 1,550-1,580 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
ตัดขาดทุนเมื่อต่ำกว่า 1,520
ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์คาดกรอบการเคลื่อนไหวตลอดทั้งเดือนที่ 1,550-1,640
ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
http://www.siamturakij.com/home/news/display_news.php?news_id=413362789
www.facebook.com/NamChiang.gold

www.twitter.com/namchiang
www.namchiang.com

|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 กรกฏาคม 2012 เวลา 10:03 น. |