Home เรื่องราวเกี่ยวกับทอง เฟดส่งสัญญาณ'คิวอี3'เป็นไปได้ มังกรเสี่ยง'ฮาร์ดแลนดิง'ซ้ำ

DAILY GOLDPRICE UPDATED

เฟดส่งสัญญาณ'คิวอี3'เป็นไปได้ มังกรเสี่ยง'ฮาร์ดแลนดิง'ซ้ำ พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ห้างทองน่ำเชียง   
วันศุกร์ที่ 13 กรกฏาคม 2012 เวลา 10:39 น.

    13 กรกฎาคม 2555 เวลา 07:08 น. |

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ posttoday.com/

เฟดส่องัดมาตรการคิวอี 3 กระตุ้นอีกระลอก ด้านเศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ส่อชะลอตัว จุดกระแสวิตกฮาร์ดแลนดิง

บรรดาผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจเตรียมพิจารณาใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 (คิวอี 3) ในเร็ววันนี้

หลังสภาพเศรษฐกิจในประเทศเริ่มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมที่หดตัวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี ขณะที่อัตราจ้างงานชะลอตัวลงติดต่อกันหลายเดือน

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ธนาคารกลางสหรัฐได้ประกาศเก็บมาตรการคิวอี 3 เป็นทางเลือกสุดท้ายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจประเทศ โดยตัดสินใจเลือกต่ออายุมาตรการโอเปอเรชัน ทวิสต์ ซึ่งเดิมจะสิ้นสุดลงในปลายเดือน มิ.ย. ออกไปจนถึงปลายปี ด้วยการขายพันธบัตรระยะสั้นไปซื้อพันธบัตรระยะยาวด้วยวงเงิน 2.67 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการจ้างงานแทน เนื่องจากมองว่าสภาพเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้นอย่างช้าๆ

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐในปัจจุบันต่างบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จากตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือน มิ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดเพียง 8 หมื่นตำแหน่ง ส่งผลให้อัตราว่างงานสหรัฐคงที่อยู่ที่ระดับ 8.2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2

 
ขณะที่ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างน่าผิดหวัง โดยลดลงจาก 53.5% ในเดือน พ.ค. เหลือเพียง 49.7% ในเดือน มิ.ย. หลังยอดสั่งซื้อสินค้าและบริการจากทั้งยุโรปและเอเชียปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เริ่มส่งสัญญาณถึงความจำเป็นที่เฟดต้องประกาศใช้มาตรการคิวอี 3 โดยเร็วที่สุด

“มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐต้องออกมาตรการทางการเงินที่เพียงพอเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าต่อไปอย่างมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น” จอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดประจำซานฟรานซิสโก กล่าว พร้อมยอมรับว่า มาตรการโอเปอเรชัน ทวิสต์ มีผลต่อเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ด้าน ทอม เชเรเดอร์ กรรมการผู้จัดการบริษัทวิจัย สติเฟล นิโคลัส คาดว่า เฟดจะประกาศใช้คิวอี 3 อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ถ้าไม่เช่นนั้นเฟดอาจประกาศใช้มาตรการดังกล่าวในช่วงต้นเดือน ธ.ค. เนื่องจากมองว่าการประกาศใช้มาตรการดังกล่าวซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือน พ.ย. อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงได้

อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายของเฟดส่วนหนึ่งยังคงคัดค้านต่อการประกาศใช้มาตรการคิวอี 3 เนื่องจากมองว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดทุนสหรัฐได้อย่างมีเสถียรภาพเพียงพอ เนื่องจากเชื่อว่าสิ่งที่ตลาดทุนต้องการในขณะนี้คือ การสร้างความเชื่อมั่นว่า สภาคองเกรสจะสามารถแก้ไขปัญหาภาวะความเสี่ยงทางการคลัง หรือสามารถบรรลุข้อตกลงต่ออายุมาตรการปรับลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ การปรับขึ้นภาษีและเรื่องเพดานการกู้ยืม ซึ่งจะหมดอายุลงในปลายปีนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียก่อน

กระนั้นก็ตาม เอเดรียน เดย์ ประธานบริษัทการจัดการสินทรัพย์ เอเดรียน เดย์ เชื่อว่า ถึงแม้ว่ายังคงมีการถกเถียงเรื่องมาตรการคิวอี 3 ว่าจะสามารถช่วยฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังอ่อนแอได้จริงหรือไม่ แต่ยังคงเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของเฟดยังคงเป็นสิ่งจำเป็นและมีผลทางจิตวิทยาต่อตลาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เห็นได้จากภายหลังจากที่มีการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐเมื่อเดือน มิ.ย. ระบุว่า การประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมใดๆ ของเฟดจะเกิดขึ้น หากตัวเลขทางเศรษฐกิจบ่งชี้ให้เห็นว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัวลง หรืออัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 2% เท่านั้น ส่งสัญญาณให้เห็นว่าเฟดจะไม่ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในขณะนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงถ้วนหน้า โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลดลง 48.59 จุด หรือ 0.38% ปิดที่ 12,604.53 จุด ขณะที่ดัชนี เอส แอนด์ พี 500 ร่วงลง 0.02 จุด ปิดที่ 1,341.45 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 0.49% ปิดที่ 2,887.98 จุด

ขณะเดียวกัน สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเตรียมเปิดเผยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของปีในวันที่ 13 ก.ค. โดยมีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า เศรษฐกิจมังกรจะเติบโตช้าลง ในระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2551

ผลการสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 2 ของปีนี้จะโตเพียง 7.6% ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 8.1% ในไตรมาสแรก จุดกระแสความกังวลว่า จีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก อาจไม่สามารถกอบกู้เศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัวลง หลังจากยุโรปและสหรัฐเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างหนักตามที่หลายฝ่ายคาดหวังไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ด้าน หยูบิน ที่ปรึกษาทางการเงินของรัฐบาลจีน ยืนยันว่า เศรษฐกิจจีนไม่เสี่ยงต่อการเผชิญการชะลอตัวอย่างรุนแรง เนื่องจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ประกอบกับคาดการณ์ที่ว่าสภาพเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้น

“แม้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะหดตัวลงในไตรมาส 1 และ 2 ของปีนี้ ทว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาส 3 และ 4 อย่างแน่นอน” หยู กล่าว พร้อมย้ำว่า เศรษฐกิจปีนี้อาจโตถึง 8% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของรัฐบาลที่ระดับ 7.5%

http://www.posttoday.com/


 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 13 กรกฏาคม 2012 เวลา 10:43 น.
 
ป้ายโฆษณา