DAILY GOLDPRICE UPDATED
| จับตาแนวโน้มราคาทองตลาดโลกปีนี้ |
|
|
| เขียนโดย ห้างทองน่ำเชียง | |||
| วันศุกร์ที่ 20 กรกฏาคม 2012 เวลา 11:40 น. | |||
|
วันที่ 20 กรกฎาคม 2555 06:37 จับตาแนวโน้มราคาทองตลาดโลกปีนี้โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
นักวิเคราะห์หั่นคาดการณ์ราคาทองปีนี้เหลือ 1,685 ดอลล์ รอยเตอร์ เปิดเผยผลสำรวจรายไตรมาสระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านทองได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ราคาทองประจำปีนี้ลงจากเดิมหลังจากตลาดทองอยู่ในภาวะซบเซาในช่วงครึ่งปีแรก และมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถกลับขึ้นไปแตะสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,920.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ที่เคยทำไว้ในเดือนก.ย. 2554 ได้ในช่วงต่อไปในปีนี้ เนื่องจากราคาทองมีแนวโน้มที่จะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากภาวะขาดแคลนอุปสงค์ในตลาดปัจจุบัน แต่ค่าเฉลี่ยของราคาทองในปีนี้ ยังคงมีแนวโน้มที่จะขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะกระทิงของราคาทองดำเนินต่อไปเป็นปีที่ 12 ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจสำคัญดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษ ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับต่ำมาก โพลล์รอยเตอร์ครั้งล่าสุด คาดว่า ราคาทองในตลาดสปอตอาจอยู่ที่ 1,685 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปีนี้ โดยปรับลดลงจากระดับ 1,750 ดอลลาร์ที่เคยคาดการณ์ไว้ในการสำรวจช่วงสิ้นไตรมาสแรก และจาก1,765 ดอลลาร์ที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปีนี้ นายรอส นอร์แมน ซีอีโอของบริษัทชาร์ปส์ พิกซ์ลีย์ กล่าวว่า "ดอลลาร์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองให้อ่อนลง แต่ดอลลาร์อาจจะสูญเสียตำแหน่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองมากที่สุด เพราะภาวะปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอาจส่งผลกระทบมากกว่า และวิกฤติเศรษฐกิจอาจจะดำเนินต่อไปอีกนาน ด้วยเหตุนี้ราคาทองจึงอาจจะแกว่งตัวผันผวนต่อไป" ราคาทองมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับสูงกว่า 1,640 ดอลลาร์เล็กน้อยนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยในปีที่แล้วที่ 1,565 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติค่าเฉลี่ยสูงสุด แต่ราคาทองไม่ได้ปรับตัวสดใสมากนักในปีนี้ ราคาทองปิดตลาดเดือนมิ.ย.ที่ 1,598.20 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับช่วงสิ้นปี 2554 ที่ 1,563.80 ดอลลาร์ โดยการปรับตัวของราคาทองในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ถือเป็นการปรับตัวที่อ่อนแอที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปีอื่นๆนับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ผลสำรวจคาดว่า ราคาทองอาจปรับขึ้นสู่ระดับ 1,677.50 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 1,750 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 โดยผู้เชี่ยวชาญ 29 รายในโพลล์คาดว่า ราคาทองอาจทะยานขึ้นต่อไปในปี 2556 โดยค่าเฉลี่ยของราคาทองในปี 2556 อาจขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1,791.25 ดอลลาร์ วิกฤติหนี้ยูโรโซนส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และปัจจัยดังกล่าวถ่วงราคาทองให้อ่อนตัวลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ราคาทองได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ตลาดจะหันเหความสนใจไปยังความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงต่อไปในปีนี้ การคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป เป็นปัจจัยที่เคยหนุนราคาทองให้พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเป็นบางครั้งในช่วงครึ่งปีแรก และปัจจัยนี้ อาจจะหนุนราคาทองให้ปรับขึ้นต่อไปด้วย นางอานน์-ลอเร ตรองเบลย์ นักวิเคราะห์ของธนาคารบีเอ็นพี พาริบาส์ กล่าวว่า "การที่เราคาดการณ์ราคาทองในทางบวกนั้นตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า ธนาคารกลางบางประเทศจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินลงต่อไปเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ" แต่วิกฤติหนี้ยุโรป ยังไม่มีแนวโน้มสิ้นสุดลง ดังนั้นนักลงทุนจึงอาจเข้าซื้อดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าในปีนี้ และปัจจัยนี้จะส่งผลลบต่อราคาทอง ในส่วนของราคาโลหะเงินนั้น โพลล์ คาดว่าราคาโลหะเงินไม่มีแนวโน้ม ที่จะกลับขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของปี 2554 ที่ 49.51 ดอลลาร์/ออนซ์ได้ในปีนี้ ในขณะที่ภาวะขาดแคลนเงินลงทุนใหม่ส่งผลลบอย่างรุนแรงต่อราคาโลหะเงิน ราคาโลหะเงินในตลาดสปอตปิดตลาดวานนี้ที่ 27.25 ดอลลาร์ หลังจากปรับตัวอ่อนแอกว่าราคาทองในปีนี้ ขณะที่โพลล์คาดว่าค่าเฉลี่ยของราคาโลหะเงิน ในปีนี้จะอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2554 ที่ 35 ดอลลาร์ โดยคาดว่าค่าเฉลี่ยของราคาโลหะเงินในปีนี้ อาจอยู่ที่ 31.67 ดอลลาร์ และอาจปรับขึ้นสู่ 32.75 ดอลลาร์ในปี 2556 ราคาโลหะเงินได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตของเหมืองโลหะเงินที่สูงเป็นประวัติการณ์, การที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ใช้โลหะเงินในปริมาณต่ำ,อุปสงค์ที่หดหายไปในอุตสาหกรรมการถ่ายรูป และจากการที่นักเก็งกำไรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากยิ่งขึ้น หลังจากราคาโลหะเงินดิ่งลงอย่างรุนแรง 2 ครั้งในปี 2554
|

![[Most Recent USD from www.kitco.com]](http://www.weblinks247.com/indexes/idx24_hui_en_2.gif)
![[Most Recent USD from www.kitco.com]](http://www.weblinks247.com/indexes/idx24_usd_en_2.gif)



