Home เรื่องราวเกี่ยวกับทอง กูรูมองตลาดหุ้น-ทองเดือนเม.ย.ปรับฐาน

DAILY GOLDPRICE UPDATED

(23/05/13) ราคาทองวันนี้มีการเปลี่ยนแปลง
 ครั้งที่เวลา+/-ซื้อขายgoldspotusd-thb 
 19:33 20019300194001365.529.93 
 29:50 5019350194501365.529.97 
 310:27 501940019500136829.98 
 411:45 501945019550137230.01 
 512:44 5019500196001374.530.05 
 614:34 501955019650138130 
 715:50 501960019700138729.96 
 816:15 5019650197501390.529.96 
 916:45 5019600197001390.529.96 
Powered by Namchiang.com
กูรูมองตลาดหุ้น-ทองเดือนเม.ย.ปรับฐาน พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 02 เมษายน 2012 เวลา 08:52 น.

http://www.bangkokbiznews.com

วันที่ 2 เมษายน 2555 00:09

โดย : สาธิต อุปชา

ฟันด์เมเนเจอร์ มองแนวโน้มการลงทุนตลาดหุ้น-ทอง ในเดือนเม.ย. แกว่งผันผวนในช่วงแคบ ลุ้น "เงินทุนไหลเข้า"หนุน แนะหาจังหวะซื้อช่วงปรับฐาน

ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้นไทยตลอดช่วงเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเงินทุนไหลเข้าเป็นตัวขับเคลื่อนตลาด โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิ้นมี.ค. มีเงินไหลบ่าเข้าตลาดหุ้นไทยกว่า 8.2 หมื่นล้านบาท พร้อมกับข่าวดีกรณีที่ฟุ้ตซี่ กรุ๊ป (FTSE Group) ยกระดับตลาดทุนไทย เข้าไปในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ชั้นนำ (Advanced Emerging Market) ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนมี.ค. ทะยานเหนือ 1,207.67 จุด ทำนิวไฮในรอบเกือบ 16 ปี แม้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนจะได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัย
 

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,196.77 จุด  ขณะที่การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน แม้จะสามารถกลับไปยืนระดับ 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัว ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร ซึ่งกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง ส่งผลให้ในปลายเดือนมี.ค. ราคาทองอ่อนตัวมาแตะที่ระดับ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มแกว่งในช่วงแคบ

ส่วน การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในเดือนมี.ค. ถือว่าเป็นไปตามคาด กนง.ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.0% โดยมองว่าเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทย และยังคงติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อย่างใกล้ชิด ทั้งที่เกิดขึ้นจากการขึ้นค่าแรงที่จะมีผลในวันที่ 1 เม.ย. นี้ และจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

ศุภกร สุนทรกิจ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคิน ให้ความเห็นว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนเม.ย. แม้จะอยู่ในภาวะกระทิง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก ระหว่างทางอาจมีการปรับฐาน หรือมีการขายทำกำไรระยะสั้นออกมา

"เงินทุนไหลเข้ายังคงเป็นตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทย ผมมองว่าถ้าหากหุ้นขึ้นมาเยอะ นักลงทุนก็ควรทยอยขายหุ้นที่มีอยู่ในพอร์ต โดยเฉพาะในบางเซคเตอร์ที่ราคาเริ่มสูง แล้วค่อยกลับเข้ามาลงทุนใหม่ในช่วงดัชนีปรับฐาน"
 

ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนเม.ย. คาดอยู่ที่ 1,240-1,270 จุด

ศุภกร แนะนำนักลงทุนว่า ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าปัจจัยภายนอกมีส่วนสำคัญในการผลักดันดัชนีตลาดหุ้นไทย ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และปัญหาหนี้ยุโรปที่เริ่มคลี่คลาย แต่ขณะนี้สถานการณ์การเมืองในประเทศ ปัญหาเรื่องปรองดอง อาจสร้างแรงกระเพื่อมและส่งผลกระทบต่อการลงทุนในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ แนวโน้มราคาทอง ศุกภร มองว่า การที่ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ทำให้ราคาทองในเดือนที่ผ่านมา ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยคาดว่าในเดือนนี้ ราคาน่าจะแกว่งตัวที่ 1,650-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังคงแนะนำให้นักลงทุนถือต่อ

กลยุทธ์การลงทุนในเดือนเม.ย. กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคิน แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้น และทองคำ แม้ว่าจะแกว่งตัวในกรอบแคบ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยหาจังหวะเข้าซื้อในช่วงปรับฐาน

ณัฐดนัย ประทานพรทิพย์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า มองว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนเม.ย. อาจปรับฐานช่วงสั้น โดยดัชนีในเดือนนี้คาดว่าจะ +- 5% เมื่อเทียบกับเดือนมี.ค. ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5%

"ตลาดหุ้นในเดือนนี้อาจปรับฐาน หลังจากที่ทะยานตัวขึ้นแตะ 1,200 จุด ในเดือนที่ผ่านมา ทำให้เห็นความเสี่ยง จากแรงขายทำกำไรระยะสั้น"
 

ส่วนแนวโน้มการลงทุนทองคำในเดือนนี้ เชื่อว่าน่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้น และราคาทองไม่น่าจะต่ำกว่า 1,630 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ถ้าต่ำกว่านั้น ควรขายตัดขาดทุน

ขณะที่มุมมองตราสารหนี้ ณัฐดนัย แนะนำให้นักลงทุนได้ลงทุนในตราสารหนี้อายุประมาณ 1 ปี เพราะเขามองว่าดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้น่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.0% เนื่องจากมีความกังวลปัญหาเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากค่าแรง ราคาก๊าซหุงต้ม และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน หาจังหวะลงทุนตลาดหุ้น และทองคำเพิ่ม ในช่วงที่ปรับฐาน

สาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุนธุรกิจกองทุนส่วน บุคคลและกองทุนรวม บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนนี้กำลังเข้าสู่การปรับฐาน มาจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกลับมาดูดีขึ้น จากตัวเลขการจ้างงานและการบริโภคของอเมริกากลับมาฟื้นตัว ทำให้อาจจะเห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุน
 

โดยในส่วนของตลาดหุ้นให้จับตาสัญญาณฟันด์โฟลว์ของต่างชาติที่เข้ามาซื้อหุ้นไทยแล้วแสนกว่าล้านบาท ทำให้อัตราราคาปิดต่อหุ้น (P/E) อยู่ที่ 12 เท่า เกินค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทย ซึ่งทำให้กลายเป็นตลาดที่แพงเมื่อเทียบกับภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังดูทิศทางการขายสุทธิในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ไต้หวัน และอินเดีย เพราะเป็นตลาดที่ต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิมากที่สุดในรอบเดียวกับไทย หากเทขายตลาดหุ้นไหนก็จะรวมตลาดหุ้นไทยไปด้วย จึงแนะนำให้ลดลงทุนในตลาดหุ้นไทย

ส่วนราคาทอง ที่อยู่ระหว่างการปรับฐานนั้น ให้ทยอยเข้าไปลงทุนเพิ่มได้ ซึ่งราคาที่เคยลงไปต่ำกว่า 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีแรงซื้อดันราคาทองขึ้นมาทุกครั้ง และด้วยพื้นฐานราคาทองยังแข็งแกร่งจากความต้องการบริโภคในเอเชีย ธนาคารกลางหลายประเทศหันมาสำรองทองมากขึ้น ที่สำคัญเงินเฟ้อที่สูงคาดว่าจะเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองปรับตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง

ผู้จัดการกองทุน บลจ.ทิสโก้ ยังแนะนำการลงทุนในตราสารหนี้ด้วยว่าให้อิงระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี ต่อไป เพราะคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในไทยจะต่ำไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งหากลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวนอกจากผลตอบแทนจะไม่จูงใจแล้ว จะเสียโอกาสหากดอกเบี้ยปรับไปเป็นขาขึ้นในช่วงปี 2556

 www.facebook.com/NamChiang.gold

www.twitter.com/namchiang

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 02 เมษายน 2012 เวลา 13:51 น.
 
ป้ายโฆษณา